10 อันดับโทรศัพท์มือถือที่ดีที่สุดในปี 2020

10 อันดับโทรศัพท์มือถือที่ดีที่สุดในปี 2020

สวัสดีครับ ยุคสมัยเปลี่ยนไปสมาร์ทโฟนก็เลยต้องมีอะไรๆใหม่กันใช่ไหมหละครับ วันนี้เราจะมาพูดถึงสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดในขณะนี้ ซึ่งจะมีอะไรกันบ้างไปชมกันเลยครับ

10 อันดับโทรศัพท์มือถือที่ดีที่สุดในปี 2020

Apple iPhone 11

ตัวใหม่มาแรงขณะนี้และเป็นที่นิยมกันอย่างมาก จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก IPONE 11 มาด้วยความล้ำสมัยอย่างไม่มีใครเกินค่ะ ข้อมูลตัวเครื่อง เป็นจอแสดงผล IPS-LCD 24-bit 16 ล้านสี ทำให้ง่ายต่อการพกพาเป็นอย่างมาก เพียงแค่มือถือเครื่องเดียวก็ตอบโจทย์การถ่ายภาพสวยและคมชัดไม่ต่างไปจากกล้องตัวใหญ่ๆ เลยค่ะ อีกทั้งสามารถรองรับโหมดกลางคืน (Night Mode)
หน้าจอมุมมองกว้าง (Wide Display) กว้างได้มากถึง  6.1 นิ้ว (แนวทะแยง) ความละเอียดของเขาจะอยู่ที่ 828 x 1792 พิกเซล (326 ppi) นับว่าละเอียดมากๆ เลยค่ะ

และเป็นข่าวดีสำหรับใครที่ไม่ค่อยชอบไปดูจอกระจก กันแตก ใส่ฟังก์ชั่นเสริมเยอะๆ สำหรับรุ่นนี้เขาออกแบบมาเป็นประเภทจอ หน้าจอกระจกแข็งที่สามารถป้องกันรอยขีดข่วนบนหน้าจอได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย พร้อมทั้งระบบเซ็นเซอร์ก็รองรับการทำงานได้อย่างอัจฉริยะมากเลยค่ะ ความล้ำสมัยของเขายังรองรับระบบจดจำใบหน้า (Face Detection) และการตรวจจับความเคลื่อนไหวของตัวเครื่อง (Accelerometer) ระบบเปิด/ปิดหน้าจออัตโนมัติขณะสนทนา (Proximity) ระบบเซนเซอร์หมุนภาพ (Gyroscope) ระบบวัดความกดอากาศ (Barometer)

ส่วนทางเทคโนโลยีการรับ/ส่งข้อมูล เป็นระบบ 2G: EDGE/GPRS 3G และ 4G สามารถใช้งาน Nano-SIM และใช้งาน eSIM รองรับ 2 ซิมการ์ด เป็นเรื่องว้าวมากสำหรับใครที่มองหาไอโฟนฟังก์ชั่นเจ๋งและยังรองรับสองซิมนะคะ พกพาไปไหนเพียงเครื่องเดียวก็สะดวกอย่างง่ายดายเลยทีเดียว

นอกจากนี้ก็มีระบบปฏิบัติการ (OS, CPU) ระบบปฏิบัติการ: iOS 13 พร้อมด้วยหน่วยประมวลผล : A13 Bionic chipหน่วยความจำ RAM 4GB ROM 64GB และระบบเชื่อมต่อการหาตำแหน่ง: Assisted GPS WiFi 802.11 a/b/g/n/ac พร้อมทั้งมีจุดกระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ตแบบพกพา (Portable Wi-Fi Hotspot) เชื่อมต่อไร้สายระหว่างอุปกรณ์โดยตรง (Wi-Fi Direct) และ Bluetooth 5.0 USB Lightning

ส่วนทางฟังก์ชั่นมัลติมีเดีย เอาใจสายถ่ายภาพกันมาแบบเต็มๆ ค่ะ เขามีฟังก์ชั่นลบจุดตาแดง (Red-eye Reduction) พร้อมทั้งระบบซูมดิจิตอล 5x เท่า (5xx Digital Zoom) และระบบซูมออฟติคอล 2x เท่า (2xx Optical Zoom) สามารถบันทึกวีดีโอระดับ HD และบันทึกวีดีโอระดับ 4K ด้านของเสียงนั้นมีลำโพงเสียงสเตอริโอ (Stereo speakers) และ ระบบเสียง Dolby Atmos อย่างดีทีเดียวค่ะ การรองรับแบตเตอรี่เทคโนโลยีเพิ่มความเร็วในการชาร์จ มีระบบชาร์จไร้สายในตัว แบตเตอรี่มาตรฐาน Li-ion 3,110 mAh (Standard Battery)

เว็บไซต์สำหรับการสั่งซื้อสินค้า : Lazada.co.th


back to menu ↑

Samsung Galaxy S10 และ Samsung Galaxy S10+

สมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นนี้ ถือว่าเป็นโทรศัพท์ Android ที่ดีที่สุด มีหน้าจอ Super AMOLED ที่ดีที่สุด พร้อมกล้องที่มีคุณภาพ มีช่องเก็บหูฟังแบบขยายได้ และมีการชาร์จแบบไร้สาย รวมไปถึงช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร

ขนาดตัวเครื่อง 149.9 x 70.4 x 7.8 มิลลิเมตร หน้าจอ Dynamic AMOLED หน้าจอแบบ Infinity-O ขนาด 6.1 นิ้ว ความละเอียด 1440 x 3040 พิกเซล อัตราส่วน 19:9 กระจก Gorilla Glass 6 ระบบสแกนนิ้วใต้หน้าจอ Ultrasonic Fingerprint Sensor (เทคโนโลยีการสแกน 3 มิติ) ชิปเช็ต Exynos 9820 แรม/พื้นที่จัดเก็บข้อมูล  8GB/128GB, 8GB/512GB

กล้องหลัง 3 เลนส์ ประกอบด้วย เลนส์หลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (รูรับแสง f/1.5, OIS, มุมกว้าง 77 องศา) +เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล (รูรับแสง f/2.2, มุมกว้าง 123 องศา) + เลนส์ Telephoto 12 ล้านพิกเซล (รูรับแสง f/2.4, OIS,  ซูม 2x, มุมกว้าง 45 องศา) 

กล้องหน้า Selfie Camera ความละเอียด 10MP Dual Pixel AF รูรับแสง f/1.9 พร้อมระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย One UI และการเชื่อมต่อพอร์ต USB-C มีช่องต่อชุดหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร และระบบกันน้ำมาตรฐาน IP68 ค่ะ

แบตเตอรี : 3,400 mAh รองรับ Fast charging, Fast Wireless Charging 2.0 และเทคโนโลยี Wireless PowerShare

เรื่องดีไซน์กันก่อน หน้าจอมาเป็นแบบจอเจาะรู หรือที่เรียกว่า Infinity-O ซึ่งในคลิปเปิดตัวทางซัมซุงได้บอกไว้ว่าไม่อยากให้ซ้ำกับใคร (เทรนด์หน้าจอ Notch และ Rain drop) ก็เลยมีการนำหน้าจอแบบนี้มาใช้ ซึ่งทำให้เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มีการใช้หน้าจอ AMOLED แบบเจาะรู

ทางด้านการแสดงผลของหน้าจอ เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่รองรับการแสดงผลด้วย HDR10+ และมีสีสมจริงที่เหมือนตาเห็นมากที่สุด (0.4 JNCD) มี Contrast 2,000,000 : 1 ความสว่าง 800 nits และที่ดีที่สุดก็คือมีระบบ AI ที่ลดแสงสีฟ้าลง 42% โดยที่ไม่ทำให้จอเหลือง ทำให้เรายังมองเห็นสีสันบนหน้าจอได้สมจริงมากที่สุด

การใช้หน้าจอแบบนี้ทำให้ลดขนาดตัวเครื่องลงมาได้ เพราะไม่ต้องมีขอบหน้าจอด้านบน มีความหนาเพียงแค่ 7.8 มิลลิเมตร น้ำหนักเบาขึ้นกว่าเดิม ใครที่ใช้ Galaxy Note 8, Note 9 หรือรุ่นก่อนหน้าอย่าง Galaxy S9+ มาจับจะรู้สึกได้ว่าเบากว่าเดิมมาก

ตัวฟิล์มกันรอยก็ติดมาให้เลย เหตุเพราะรุ่นนี้ได้เปลี่ยนการสแกนลายนิ้วมือมาไว้ใต้หน้าจอแสดงผลเป็นแบบ Ultrasonic Fingerprint Sensor ที่จะมีปัญหากับการใช้งานเมื่อติดฟิล์มกระจก ทางซัมซุงก็เลยทำการติดมาให้เลย เปิดกล่อง เปิดเครื่อง ก็ใช้งานได้ทันที ส่วนข้อดีก็คือสามารถสแกนลายนิ้วมือได้แม้นิ้วเปียกน้ำ การสแกนลายนิ้วมือแบบนี้จะเป็นการใช้คลื่นเสียงมาช่วยสแกนแบบ 3D ต่างจากเดิมที่เป็นแบบ 3D นอกจากนี้ยังช่วยเรื่องของความปลอดภัยเพราะไม่สามารถใช้ลายนิ้วมือปลอมมาสแกนได้

สีที่ได้มาเป็นสี Prism Black และ Prism White หลังจากช่วงที่ผ่านมาเรามักจะเจอสมาร์ทโฟนฝาหลังไล่เฉดสีสวยๆ แต่สำหรับ Galaxy S10+ และ Galaxy S10 นี้แตกต่างออกไป สี Prism White จะแสดงสีแตกต่างกันไปเมื่อมีแสงมาตกกระทบ ทำให้โดดเด่นและสวยงามมากขึ้น และขอบอะลูมิเนียมสีเงินช่วยทำให้ตัวเครื่องดูหรูหรามากขึ้น ส่วนสี Prism Black ก็เป็นสีดำสวยงามแบบเรียบๆ ใครที่ไม่อยากเหมือนใคร แนะนำสี Prim White และ Prism Green ส่วนถ้าอยากได้ให้ต่างออกไปอีกก็ต้องไปรุ่นพิเศษ Ceramic กันเลย

ถาดใส่ซิมการ์ดยังเป็นแบบไฮบริดจ์ ต้องเลือกว่าจะใช้ซิมการ์ดคู่กับเมมโมรี่การ์ดหรือจะใช้งาน 2 ซิม 

จุดเด่นของรุ่นนี้คนชอบถ่ายรูปน่าจะชอบมากขึ้น กล้องหลังตัวใหม่ มีมา 3 เลนส์ แต่ละเลนส์ก็ทำหน้าที่แตกต่างกันไป เช่น อยากเก็บภาพมุมกว้างก็ใช้เลนส์ Ultrawide ที่ทำให้ได้ภาพมุมกว้างขึ้น อยากซูมเข้าไปก็ใช้เลนส์ Telephotos ที่ซูมได้ 2x แบบไม่เสียรายละเอียด แต่สิ่งที่ช่วยทำให้ถ่ายรูปได้สนุกขึ้นก็คือ ระบบ AI ที่ช่วยปรับภาพให้เข้ากับวัตถุที่เราถ่าย ซึ่งเรียกว่า Scene Optimizer ในรุ่นใหม่นี้มีการเพิ่มซีนเข้ามาอีก 10 ซีน เป็นทั้งหมด 30 ซีน

และยังมี Shot suggestion มีการแนะนำการถ่ายรูปซึ่งจะช่วยให้องค์ประกอบของภาพดีขึ้น ทำให้ภาพดูน่าสนใจมากขึ้น โดย AI Machine Learning เรียนรู้ภาพถ่ายมากกว่า 100,000,000 ภาพมาคอยแนะนำ ตรงนี้เหมาะมากสำหรับมือใหม่หัดถ่ายรูป พร้อมทั้งการรองรับระบบ BRIGHT NIGHT ถ่ายภาพกลางคืน ถือว่ากล้องของ Galaxy S10+ และ Galaxy S10 ทำได้ดี ไม่ผิดหวัง

เว็บไซต์สำหรับการสั่งซื้อสินค้า : lazada


back to menu ↑

OnePlus 7 Pro

ดีไซน์กระจกหน้าหลังสวยงามดูเรียบหรู วัสดุที่นำมาใช้งานในรุ่นนี้เวลาจับแล้วให้ความรู้สึกถึงความพรีเมี่ยมหรูหราขึ้นมาทันที ตัวเครื่องยังมีดีไซน์ขอบโค้งทั้งด้านหน้าและด้านหลัง สำหรับขอบโค้งนี้จะโค้งเข้ากับอุ้งมือเวลาหยิบจับใช้งานแทบจะไม่รู้สึกว่าตัวเครื่องกว้างเลย ทั้งนี้จริงๆแล้วมีขนาดหน้าจอที่ใหญ่มาก และถ้าใครที่ไม่ชอบใช้งานแบบเปลือยๆ ภายในกล่องก็จะแถมเคสใสมาให้ใช้งานกันด้วย และมีการติดฟิล์มกันรอยมาให้เลย มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเทาเงา Mirror Grey, สีฟ้า Nebula Blue และ สีครีม Almond ซึ่งสีที่เราได้มาทดสอบก็คือ สีเทาเงา Mirror Grey นั่นเอง 

สำหรับรุ่นนี้ได้มีการพัฒนาหน้าจอให้ดีขึ้นต่อผู้ใช้งานมากขึ้น การันตีโดยคะแนนการทดสอบหน้าจอระดับ A+ จาก Display Mate ผู้เชี่ยวชาญด้านการทดสอบจอภาพแสดงผลชั้นนำของโลก หน้าจอ Fluid AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ดีไซน์ขอบจอโค้งและบาง ไร้รอยบาก มีความละเอียด Quad HD+ 3,120 x 1,440 พิกเซล (516ppi) รองรับ HDR 10+ อัตราส่วนหน้าจอ 19.5:9 ที่ให้ความคมชัดและสีสันที่สมจริง และมีรีเฟรชเรท 90Hz ทำให้การแสดงผลหน้าจอที่เนียนตาสวยงามไหลลื่นและยังตอบสนองได้อย่างรวดเร็วกว่าหน้าจอปกติบนสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ

ค่ารีเฟรชเรตระดับ 90Hz นี้มีผลต่อการเล่นเกมเช่นเดียวกัน การทัชหน้าจอเพื่อบังคับตัวละครในเกมต่างๆ เมื่อมีค่ารีเฟรชเรตที่สูงจึงทำให้มีการตอบสนองต่อการทัชหน้าจอได้ดีกว่าหน้าจอปกติบนสมาร์ทโฟนทั่วๆ ไป ไม่มีอาการหน่วงให้เห็น ส่วน HDR10+ นี้จะช่วยให้คนที่ชอบดูภาพยนตร์, ซีรีส์ คลิปวิดีโอต่างๆ ผ่าน Netflix จะทำให้เรารับชมได้อรรถรสมากยิ่งขึ้น เพราะหน้าจอจะแสดงผลคมชัดสีสันสวยงามสมจริงมากกว่าหน้าจอปกติของสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ รวมถึงระบบเสียง Dolby Atmos ที่ให้เสียงดีมีมิติมากขึ้น หากต้องการใช้หูฟังบลูทูธก็รองรับ aptX HD อีกด้วย นอกจากนี้ยังมี Night Mode 2.0 ที่จะมาช่วยถนอมสายตาเวลาใช้งานสมาร์ทโฟนในที่แสงน้อยหรือที่มืด จะมีการช่วยตัดแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อดวงตาออกจากหน้าจอ ตรงนี้ถือว่า OnePlus นั้นเข้าใจและใส่ใจรายละเอียดในการใช้งานของเราๆ กันเลย และด้วยเทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้ OnePlus 7 Pro กลายเป็นผู้นำทางด้านหน้าจอบนสมาร์ทโฟนแบบล้ำสมัยไปแล้ว

เลนส์เทเลโฟโต้ ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เทียบเท่าระยะเลนส์ 78 มม. รูรับแสงกว้าง f/2.4 ขนาดพิกเซลใหญ่ถึง 1µm พิกเซล มีระบบลดการสั่นไหว OIS สามารถซูมออปติคอลได้ 3 เท่า รองรับการซูมแบบดิจิตอลได้ถึง 10 เท่า ส่วนการถ่ายวิดีโอ ก็สามารถบันทึกวิดีโอได้ที่ระดับ 4K 30/60 fps และ 1080P 30/60 fps ใช้งานง่ายสลับการใช้เลนส์หลัก, เลนส์เทเลโฟโต้ และเลนส์มุมกว้างได้ง่ายดายเพียงแค่แตะที่ไอค่อนเท่านั้น รวมถึงการเปลี่ยนโหมดก็เพียงแค่ปัดหน้าจอไปทางซ้ายหรือขวา การโฟกัสต่างๆ ก็ทำได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ และยังมีโหมด Portrait, Nightscape, Time-lapse, Slow motion และ Panorama ไว้ให้ใช้งาน

แบตเตอรี่ที่ให้มา 4,000mAh สามารถใช้งานทั่วไป เล่นเกมบ้าง เล่น Facebook, LINE, Instagram ก็สามารถอยู่ได้ทั่งวัน อีกทั้งยังรองรับเทคโนโลยี WARP Charge 30 ชาร์จเร็ว 30W กับอะแดปเตอร์ที่มาในกล่อง สามารถชาร์จจาก 0% เพียง 20 นาที ได้ถึง 48% และยังชาร์จได้เร็วแม้ว่าจะมีการชาร์จไปพร้อมกับการเล่นเกม

เว็บไซต์สำหรับการสั่งซื้อสินค้า : Lazada


RealmeC3

เริ่มกันที่แบรนด์ Realme แบรนด์ที่กำลังเริ่มตีตลาดสมาร์ทโฟนของประเทศไทยมาสักพักหนึ่ง สำหรับตัวนี้คือรุ่น C3 ที่มาพร้อมขนาดหน้าจอที่ใหญ่ และคมชัด คือมีความกว้างหน้าจอที่ 6.5 นิ้ว และความละเอียดจอแสดงผลแบบ TFT-LTPS แถมให้ RAM มาถึง 3 GB พร้อมกันกับ ROM 32 GB ใช้งานทั่วไปได้ลื่นสบาย กล้องหลัง 3 เลนส์ ความละเอียด 12MP f/2.2 + 2MP f/2.4 + 2MP f/2.4 และกล้องหน้าความละเอียด 5MP f/2.0

นอกจากนี้ แบตเตอรี่ยังให้มาเยอะถึง 5,000 mAh แม้ ROM, RAM อาจจะไม่เยอะ กล้องหน้าอาจจะไม่ละเอียดมากเท่าไร แต่เชื่อเถอะครับว่าสเปคขนาดนี้ กับราคาไม่เกิน 4,000 บาท บอกเลยว่า “คุ้ม”


HuaweiY9 2019

ค่าย Huawei ค่ายนี้ใคร ๆ ก็รู้จัก เพราะนอกจากเป็นแบรนด์มือถือสัญชาติจีนที่มาแรงมากในไทยแล้ว ยังมียอดขายถล่มทลายทั่วทั้งโลก เรียกว่าลบภาพจำว่ามือถือจีนต้องไม่ดีออกไปเลย สำหรับ Y9 2019 ถือว่าทำออกมาเอาใจผู้ใช้งานแทบทุกแบบ เพราะระบบ Octa Core ที่แสนรวดเร็วถึง 2.2 GHz จอก็กว้างถึง 6.5 นิ้ว คมชัด สกรีนง่าย RAM ที่สูงถึง 4 GB ทำให้เล่นเกมทั่วไปได้ลื่นทั้งหมด แถมให้ ROM มาถึง 64 GB ถือว่ามากเลยทีเดียว

ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องกล้องก็ไม่ด้อยกว่าใคร เพราะให้กล้องหลังแบบ Dual Camera ความละเอียด 13 + 2 ล้านพิกเซล แต่ที่เหนือกว่าคือกล้องหน้าครับ ที่มาแบบกล้องคู่ ความละเอียดคือ 16 และ 2 ล้านพิกเซล สายเซลฟี่นี่ยิ้มแน่นอนเพราะคมชัดสวยงาม แถมโหมดบิวตี้ Huawei ก็ไม่เป็นรองใครอยู่แล้ว แบตก็อึด เป็นมือถือรุ่นที่ดีงามมากครับ


back to menu ↑

OPPO A9

OPPO ก็ไม่น้อยหน้าครับ สำหรับแบรนด์ชื่อดังจากจีนค่ายนี้ กับการเปิดตัว OPPO A9 สมาร์ทโฟนไม่ธรรมดา เพราะมาพร้อมสเปคขั้นเทพ เริ่มด้วยขนาดหน้าจอ 6.5 นิ้ว ระดับ 16 ล้านสี คมชัดทุกอณู ความจุตัวเครื่องหรือ ROM ก็ให้มาถึง 64 GB ก็ถือว่ากำลังดีครับ ที่เหนือกว่าคือ RAM เพราะ OPPO จัดให้ถึง 6 GB ด้วยกัน ความไวนั้นลื่นมากถึงมากที่สุด เพราะไม่ว่าจะเล่นเกมหรือเปิดหลายแอพพร้อมกัน บอกเลยว่า A9 ไม่มีหวั่นครับ

เท่านี้ยังไม่พอ จุดเด่นที่สุดของรุ่นนี้คือ กล้องด้านหลัง 4 ตัว ที่มาพร้อมความละเอียดสุดโหดที่ 48MP ถ่ายชัดยันรูขุมขนเลยทีเดียวเชียว ยังไม่หมดเท่านี้ ยังมีโหมด Ultra Wide ถ่ายมุมกว้างสะใจ และโหมด Ultra Night 2.0 สำหรับถ่ายกลางคืน ใครที่เป็นสายท่องเที่ยวนี่น่าจัดมาสักเครื่องมากครับ ความละเอียดแบบนี้เป็นไอเทมที่ดีที่พกไปไหนก็สะดวก แถมกล้องหน้าก็ให้มาแบบไม่ขี้เหร่ครับ 16 ล้านพิกเซล มาพร้อม AI Beauty 2.0 แบต 5,000 mAh สเปคดีเลยครับตัวนี้


back to menu ↑

SamsungGalaxy A51

มาแล้วครับสำหรับค่ายยักษ์ใหญ่แห่งเกาหลีอย่าง Samsung ที่คราวนี้เข็น Galaxy A51 ที่จัดเต็มเรื่องสเปคมาลุยกับเจ้าอื่น ๆ กันบ้าง บอกเลยว่าครบครัน ทั้งหน้าจอจอแสดงผล sAMOLED (FHD+) ที่มาพร้อมความกว้าง 6.5 นิ้ว ทั้งชัดทั้งกว้าง แถม RAM ที่ให้มาถึง 6 GB ทำให้ A50 ลื่นมาก ๆ ทั้งเล่นเกม ดูหนัง ฯลฯ ในส่วนของ ROM ก็ให้มาเยอะมากเช่นกันคือ 128 GB จะถ่ายคลิป ถ่ายภาพ ก็ไม่หวั่น จัดมาได้เลย

ตัวแบตเตอรี่มาตรฐานครับ 4,000 mAh แต่จุดเด่นที่ไม่แพ้ใครคือกล้องหน้าและกล้องหลัง ทั้งกล้องหน้าที่ตอบโจทย์การเซลฟี่ที่ 36MP และกล้องหลังที่แรงยิ่งกว่าใคร ด้วยระบบกล้อง 5 ตัว ได้แก่ กล้องหลักที่ความละเอียดสูงถึง 48MP, กล้อง Portrait, กล้อง Ultra Wide และกล้อง Macro หากใครที่กำลังมองหากล้องดี ๆ สักตัวในราคาที่สามารถเอื้อมถึงได้ผมแนะนำตัวนี้เลยครับ


back to menu ↑

Huaweii P20 Pro

back to menu ↑

ไม่ทำให้แฟนๆผิดหวังกับประสิทธิภาพของกล้องถ่ายรูปใน HUAWEI P40 Pro มือถือกล้องสวย ที่ยังสามารถอยู่ที่ด้านบนสุดของตารางได้ตามรอยรุ่นพี่ในค่าย โดยจากการทดสอบของ DXOMARK รุ่นนี้ได้ คะแนนภาพนิ่งไปที่ 140 คะแนน , คะแนนวีดีโอ 105 คะแนน , คะแนนรวม 128 คะแนน ครองตำแหน่งแชมป์ไปตามคาด

HUAWEI P40 Pro มากับกล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.28 นิ้ว มีฟิลเตอร์สี RYYB ค่ารูรับแสง f/1.9 พร้อมระบบกันสั่น OIS และ Octa-Phase Detection AF ตามมาด้วยเลนส์ Periscope ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ระยะโฟกัส 125 mm เลนส์ ultra-wide ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล มีเซ็นเซอร์ 3D Time of Flight (ToF) และยังมีการเพิ่มเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิสีเข้ามาด้วย รุ่นนี้รองรับการบันทึกวีดีโอระดับ 4K@60 fps มีฟีเจอร์ Super Steady ที่ทำงานประสานกับระบบกันสั่น OIS กล้องมุมกว้างถ่ายวิดีโอ HDR และสามารถเพิ่มความไวแสง ISO สูงถึง 51,200 ในที่มืด มีเทคโนโลยี XD Fusion Image Engine ที่ช่วยในการถ่ายภาพหลังเบลอ พร้อมฟังก์ชั่น Golden Snap จับภาพได้อย่างแม่นยำ หรือจะลบคนที่ไม่ต้องการออกจากภาพก็ได้ด้วยฟีเจอร์ Remove Passerby และยังมีความสามารถในการซูมที่ยอดเยี่ยม มีระบบออโต้โฟกัสที่รวดเร็วแม่นยำ เปิดรับแสงได้ดี มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวที่มีประสิทธิภาพมาก ให้สีสันที่สดใสในทุกสภาวะ เรียกว่าทรงพลังสมฐานะ มือถือกล้องสวย ที่สุดในเวลานี้


back to menu ↑

HONOR 30 Pro+

มือถือกล้องสวย รุ่นต่อมาคือ HONOR 30 Pro+ ที่มาตอกย้ำว่าทั้งแบรนด์ต้นสังกัดและแบรนด์ลูกของ HUAWEI นั้นคือผู้นำด้านกล้องถ่ายรูปในมือถืออย่างแท้จริง โดยรุ่นนี้ได้คะแนนภาพนิ่งไปที่ 136 คะแนน , คะแนนวีดีโอ 104 คะแนน , คะแนนรวม 125 คะแนน รั้งเบอร์ 2 เอาไว้ได้อย่างน่าประทับใจ

HONOR 30 Pro+ นั้นใช้ชิปเซ็ตในรุ่น Kirin 990 5G มาช่วยในการประมวลผลการทำงานของตัวเครื่องและกล้องถ่ายรูปซึ่งก็ถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม รุ่นนี้มาพร้อมกล้องหน้าความละเอียด 32+8 ล้านพิกเซล กล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซลใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX700 , เลนส์ Periscope Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซลพร้อม 5x optical zoom และ 50x hybrid zoom และกล้อง Ultra-wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ระยะโฟกัส 17 mm รองรับการถ่ายภาพมาโคร รองรับการถ่ายภาพ AI RAW โดยในช่วงที่มีการเปิดรับแสงนาน ๆ จะทำการจับภาพ RAW หลายภาพจากนั้นผสานเป็นภาพ เดียว รองรับการบันทึกวีดีโอ 4K ที่ 60 fps จุดเด่นในกล้องหลังของรุ่นนี้จะอยู่ที่การมีช่วงไดนามิกที่กว้าง โฟกัสได้รวดเร็ว ถ่ายโบเก้ได้เป็นธรรมชาติ มี Noise ต่ำ ด้านการบันทึกวีดีโอนั้นให้พื้นผิวที่ดีในทุกสภาวะแสง มีเสถียรภาพสูง และโฟกัสได้รวดเร็วแม่นยำ เรียกว่าครบเครื่องเรื่องการถ่ายภาพเลยทีเดียว


back to menu ↑

OPPO Find X2 Pro

มือถือกล้องสวย อย่าง OPPO Find X2 Pro นั้นถือว่ามากับความครบถ้วนเรื่องการถ่ายภาพแม้จะมีกล้องหลังมาแค่ 3 ตัวแต่ก็อัดแน่นด้วยประสิทธิภาพทั้งการถ่ายภาพนิ่งและวีดีโอ แถมยังเป็นรุ่นที่มีหน้าจอดีที่สุดในตลาดรุ่นหนึ่งอีกด้วย โดยรุ่นนี่ได้คะแนนภาพนิ่งไปที่ 134 คะแนน, คะแนนวีดีโอ 104 คะแนน , คะแนนรวม 124 คะแนน


We will be happy to hear your thoughts

Leave a reply

Thai Best Brands
Logo
Enable registration in settings - general